News

เลือกแฟรนไชส์อย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณ

เลือกแฟรนไชส์อย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณ

1.เลือกประเภทธุรกิจที่ตนเองชอบก่อน

ธุรกิจแฟรนไชส์นั้นมีหลายประเภท มีตัวเลือกมากมายคลอบคลุมเกือบทุกประเภทธุรกิจ เราจึงแนะนำให้คุณเริ่มที่ตนเองก่อนว่าตนเองชอบอะไร ถนัดอะไร ทำอะไรแล้วมีความสุข ซึ่งไม่จำเป็นว่าเราต้องมีความสามารถ ทักษะหรือความชำนาญในสิ่งๆนั้น เพราะการซื้อแฟรนไชส์มักจะมาพร้อมกับ “สูตรสำเร็จในการทำธุรกิจ” นั้นๆ เช่น คุณอาจจะชอบดื่มกาแฟ ชอบสอนหนังสือ ชอบขายของ คุณก็สามารถเริ่มดูแฟรนไชส์ในธุรกิจประเภทนั้นๆ

เราให้ความสำคัญกับข้อแนะนำนี้มากที่สุด เพราะหากคุณได้ทำอะไรในสิ่งที่ชอบแล้ว คุณมักจะทำได้ดี มีความอยากเรียนรู้ มีความอดทนในการฝ่าฟันปัญหาต่างๆ หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีความสุขจากการที่ได้ทำในสิ่งที่รัก ไม่ว่าผลประกอบการจะประสบความสำเร็จหรือไม่

ทั้งนี้ เราไม่แนะนำให้เลือกซื้อแฟรนไชส์แบบ “ตามเทร็นด์” โดยที่ตนเองไม่ได้รักหรืออยากทำธุรกิจนั้นจริงๆ  เช่น เห็นคนอื่นเปิดแล้วขายดี เลยเปิดตาม หรือสินค้าแปลกใหม่ กำลังฮิตติดกระแส เพราะธุรกิจเหล่านี้อาจจะไม่ได้ขายดีแบบยั่งยืน เมื่อมีคนขายเยอะขึ้น เทียบกับความต้องการที่เท่าเดิมหรือลดลงเมื่อคนเบื่อ จะส่งผลให้ยอดขายตกลงอย่างรวดเร็ว และสาขาจะทยอยปิดไปตามกระแสที่ลดลง ดั่งที่เราเห็นมาในหลายๆเคสที่ผ่านมา

2.เลือกธุรกิจที่โอกาสอำนวย

บางท่านอาจจะยังหาสิ่งที่ตัวเองชอบไม่เจอ เราแนะนำให้เลือกธุรกิจตามปัจจัยรอบตัวที่คุณที่มีอยู่แล้วที่ส่งเสริมธุรกิจนั้นๆ อาทิ เลือกธุรกิจตามทำเล อย่างเช่นบางคนมีตึกใกล้โรงเรียน ก็อาจเปิดสถาบันสอนพิเศษ หรือเลือกธุรกิจตามคอนเนคชั่นที่มี อย่างเช่นบางคนอาจรู้จักเจ้าของทัวร์ ก็อาจเปิดร้านอาหารเพื่อรองรับลูกทัวร์ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งจะลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จมากขึ้น

3.เหมาะกับทุนและเวลาที่มี

ระหว่างที่ตัดสินใจเลือกประเภทธุรกิจที่จะลงทุน เราแนะนำให้คุณคำนึงถึงงบประมาณที่คุณมี โดยไม่ได้คิดแค่จำนวนเงินในการซื้อแฟรนไชส์และตกแต่งสถานที่ก่อนการเปิด แต่ให้คิดถึงเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องใช้ในการกำเนินกิจการในช่วงแรก โดยเราแนะนำให้คุณมีเงินทุนสำรองเพื่อหมุนเวียนใช้เป็นค่าใช้จ่าย (เช่น ค่าเช่า ค่าพนักงาน ค่าวัตถุดิบ-อุปกรณ์) อย่างน้อย 3 เดือน ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนของคุณเองหรือเป็นเงินที่กู้ยืมมา ทั้งนี้ แฟรนไชส์แต่ละประเภทมีสัดส่วนการลงทุนต่างกันไป เช่น บางแฟรนไชส์ลงทุนครั้งแรกเพื่อเปิดร้านน้อย แต่ใช้เงินหมุนเวียนในแต่ละเดือนมาก

เลือกประเภทแฟรนไชส์ให้เหมาะกับเวลาที่คุณจะมีให้ในการบริหารจัดการหลังจากเปิดร้านไปแล้ว โดยแฟรนไชส์แต่ละประเภท ทำเลแต่ละทำเล การให้บริการดูแลของแต่ละแฟรนไชส์ ก็ต้องการการดูแลที่ต่างกันออกไป อาทิ แฟรนไชส์ร้านอาหารอาจะต้องการการดูแลที่ใกล้ชิดมากกว่าแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ ทำเลร้านที่เปิดห่างไกลหรือเปิดนอกห้างสรรพสินค้าอาจต้องดูแลใกล้ชิดมากกว่าปกติเพราะไม่มีบริการการดูแลจากส่วนกลางของโครงการ หรือแฟรนไชส์บางแฟรนไชส์ โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ๆ จะมีทีมงานช่วยดูแลทุกสาขามากกว่าแฟรนไชส์แบรนด์เล็กๆ

4. วางแผนและหาข้อมูลเชิงลึก

เมื่อคุณตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกลงทุนกับแฟรนไชส์ประเภทไหน สิ่งที่เราแนะนำขั้นต่อไป คือ การทำการบ้าน โดยเราแนะนำให้ทำการบ้านง่ายๆ 3 ช่องทาง ตามลำดับ คือ

  1. ลองใช้บริการจริงของแฟรนไชส์ที่สนใจ อย่างน้อย 3 สาขาขึ้นไป เพื่อดูข้อดีข้อเสียโดยรวมของสินค้าและบริการในสาขาต่างๆ เพื่อจะได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน เราแนะนำให้ลองหลายๆสาขาเพราะจะได้ดูถึงคุณภาพการควบคุมมาตรฐานของแฟรนไชส์นั้น รวมไปถึงปัจจัยต่างๆที่ทำให้สาขาแต่ละสาขาประสบความสำเร็จแตกต่างกัน เช่น ทำเล การบริการ คุณภาพสินค้า การบริหารงานของเจ้าของสาขา เป็นต้น
  2. หาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแฟรนไชส์ แพ็คเกจแฟรนไชส์ วัตถุดิบ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น หารีวิวต่างๆเกี่ยวกับชื่อเสียง/คุณภาพการบริหารงานของแฟรนไชส์ ข้อมูลรายการแพ็คเกจแฟรนไชส์ต่างๆว่าให้อะไรบ้าง ใช้เครื่องอะไร เกรดอะไร การบริการหลังเปิดสาขาเป็นอย่างไร มีมาตรการควบคุมคุณภาพอย่างไร มีการช่วยโปรโมทหรือคิดพัฒนาสินค้า/บริการตลอดหรือไม่ เป็นต้น
  3. คุยกับเจ้าของแฟรนไชส์ และเจ้าของสาขาต่างๆ ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเราจะต้องทำงานกับเจ้าของแฟรนไชส์ไปตลอด เราจะรู้ว่าเราสามารถทำงานร่สมกันได้ราบรื่นหรือไม่ เจ้าของแบรนด์มีท่าทีเอาเปรียบเราหรือไม่ สไตล์การบริหารงานเป็นอย่างไร อีกทั้ง ควรคุยกับเจ้าของสาขาต่างๆ เพื่อจะได้ฟังความสองด้านว่าแฟรนไชส์นั้นๆมีการบริหาร การดูแล ดีหรือไม่ดีอย่างไร

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรจะสอบถามเรื่องอะไรบ้าง เราแนะนำลิสคำถามคร่าวๆ อาทิ

- บริษัทนี้ เปิดมานานหรือยัง? ตั้งอยู่ที่ไหน? มีใครเป็นเจ้าของตัวจริง? มีพนักงานในบริษัทกี่คน?

- ตอนนี้ ร้านที่เปิดอยู่มีกี่แห่งแล้ว อยู่ที่ไหนบ้าง? เป็นร้านที่เป็นของแฟรนไชซี่กี่แห่งอยู่ที่ไหน?

- ต้องเตรียมเงินทั้งหมดเท่าไหร่ในการลงทุนธุรกิจนี้ เป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

- ต้องเตรียมเงินหมุนประมาณเท่าไหร่ต่อเดือน?

- ใครเป็นลูกค้า อะไรคือสินค้าที่ขายดี? ต้องขายได้วันละเท่าไหร่ จึงจะคุ้มทุน หรือพอค่าใช้จ่าย ต่อเดือน?

- ถ้าร้านเปิดขึ้นแล้วคาดว่าจะมีกำไรเฉลี่ยต่อเดือนเท่าไหร่? ปัจจัยอะไรที่จะทำให้ขาดทุน?

- ต้องใช้พนักงานกี่คน ทำหน้าที่อะไรบ้าง? ต้องจ่ายค่าจ้างอย่างไร?

- มีร้านที่ขาดทุนหรือไม่ เพราะอะไร?

- อะไรคือหน้าที่ของบริษัทแม่? อะไรคือหน้าที่ของผู้ซื้อแฟรนไชส์?

- มีมาตรการควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างไร? ควบคุมสต๊อกอย่างไร?

- ขั้นตอนการเป็นแฟรนไชส์ ต้องทำอะไรบ้าง?

- การสร้างร้านต้องใช้เวลากี่วัน? ต้องอบรมกี่วัน? เรื่องอะไรบ้าง?

- การรับประกันอุปกรณ์เป็นอย่างไร? มีการเซอร์วิสอย่างไรบ้าง?

- มีการปรับปรุงพัฒนาร้าน สินค้า บริการ อย่างไรในอนาคต?

ทั้งนี้ เจ้าของแฟรนไชส์อาจไม่สามารถให้คำตอบทั้งหมดกับคุณได้ คุณอาจจะต้องสอบถามจากเจ้าของสาขา หรือพนักงานของสาขาต่างๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น การหาข้อมูลเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ แต่การเก็บข้อมูลนานเกินไป อาจทำให้คุณเสียเวลาและโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้น เราแนะให้คุณใช้วิจารณญาณในการหาข้อมูล และวางแผนการลงทุนโดยมีขั้นตอนและกำหนดเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้คุณได้ “เริ่มต้น” ธุรกิจใหม่ของตนเองได้อย่างมั่นคงและไม่พลาดโอกาสสำคัญ