News

การขายแฟรนไชส์คืออะไร

การขายแฟรนไชส์คืออะไร

หลายๆท่านที่มีธุรกิจเป็นของตนเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงเรียนสอนพิเศษ คลินิก ร้านขายเสื้อผ้า ฯลฯ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าจะขยายธุรกิจตัวเองต่อไปอย่างไร หรืออาจจะเคยลองขยายแล้ว แต่ประสบปัญหาต่างๆมากมาย จนท้อ ยกเลิกแผนขยายกิจการ

วันนี้ เราจะมาคุยกันเทร็นธุรกิจที่กำลังมาแรงมากๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่สดใส นั่นคือ การทำธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งหลายๆคนยังคงไม่เข้าใจว่า “การขายแฟรนไชส์” คืออะไร

  1. การขายแฟรนไชส์คืออะไร

การขายแฟรนไชส์ คือ การที่เจ้าของแบรนด์ (ผู้ขายแฟรนไชส์ หรือ Franchisor) ตกลงอนุญาตให้ผู้ซื้อแบรนด์ (ผู้ซื้อแฟรนไชส์ หรือ Franchisee) ดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อการค้า การบริหาร และระบบธุรกิจของเจ้าของแฟรนไชส์

ผู้ซื้อแฟรนไชส์จะต้องดำเนินธุรกิจตามรูปแบบและระบบธุรกิจของเจ้าของแฟรนไชส์ โดยธุรกิจจะต้องมีเอกลักษณ์เดียวกัน สินค้าเดียวกัน การบริหารจัดการและกลยุทธ์ของการเติบโตธุรกิจ ภายใต้นโยบายเดียวกัน

  1. ข้อแตกต่างระหว่าง “ธุรกิจส่วนตัว” vs “ธุรกิจขายแฟรนไชส์”

คำถามที่มักเจอบ่อยๆ คือ การมีธุรกิจส่วนตัว ต่างกับการขายแฟรนไชส์อย่างไร ทำไมควรเริ่มขายแฟรนไชส์ เราจะอธิบายข้อแตกต่างระหว่างการทำธุรกิจ 2 แบบ เพื่อความเข้าใจง่ายๆในตารางด้านล่างนี้

 

ปัจจัย ธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจขายแฟรนไชส์
อำนาจในการดูแล สูง

- เจ้าของสามารถควบคุมได้ทุกส่วน

- มีอำนาจในการบริหารเด็ดขาด

- เปลี่ยนแปลงปัจจัยต่างๆในธุรกิจได้ง่าย

ต่ำ

- เจ้าของควบคุมได้บางส่วน

- ไม่มีอำนาจบริหารเด็ดขาด

- เปลี่ยนแปลงปัจจัยต่างๆในธุรกิจได้ยาก

การบริหาร ยาก

- ต้องดูแลทุกส่วนงานของธุรกิจเอง ทั้งการจ้างงาน การเก็บเงินยอดขาย การควบคุมคุณภาพ ฯลฯ

- ไม่มีคนนอกมาช่วยบริหาร

ปานกลาง

- ดูแลเฉพาะการบริหารงานของเจ้าของสาขาต่างๆ ไม่ต้องดูแลส่วนงานย่อยๆ เช่น การจ้างงาน การเก็บเงินยอดขาย

- มีผู้ซื้อแฟรนไชส์ช่วยบริหาร

การขยายธุรกิจ ยาก

- ดูแลทั่วถึงได้ยาก เพราะต้องดูแลเอง

- ต้องหาทำเลในการขยายเอง

ง่าย

- มีผู้ซื้อแฟรนไชส์ช่วยดูแลสาขาต่างๆ

- ผู้ซื้อแฟรนไชส์หาทำเลมาให้

ความเสี่ยงในการลงทุน สูง

- ต้องใช้ทุนของตนเองในการขยายธุรกิจ

ต่ำ

- ใช้ทุนของผู้ซื้อแฟรนไชส์ในการขยายธุรกิจ

ความเสี่ยงของแบรนด์ ต่ำ

- ควบคุมคุณภาพสินค้า/บริการได้ง่าย

สูง

- ควบคุมคุณภาพสินค้า/บริการได้ยาก

การเติบโตของรายได้ ต่ำ

- ขยายธุรกิจยาก

- ความเสี่ยงสูง

- คืนทุนช้า

สูง

- ขยายธุรกิจง่าย

- ความเสี่ยงต่ำ

- คืนทุนเร็ว

เวลา/อิสระของเจ้าของ น้อย

- ต้องดูทุกส่วนเอง

มาก

- มีผู้ซื้อแฟรนไชส์ช่วยดูแลในหลายส่วน

 

  1. การขยายธุรกิจผ่าน “ระบบแฟรนไชส์” vs “ระบบอื่นๆ”

เมื่อคุณได้เห็นข้อแตกต่างของการทำธุรกิจเอง กับการขายแฟรนไชส์แล้ว คำถามที่มักพบบ่อยอีก คือ การขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ แตกต่างจากการขยายธุรกิจในรูปแบบอื่นๆอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เราจึงอธิบายให้เห็นชัดเจนตามตารางด้านล่างนี้

 

ปัจจัย แฟรนไชส์ ขายตรง หุ้นส่วน ขยายเอง
อำนาจในการดูแล ต่ำ

- ไม่มีอำนาจบริหารเด็ดขาด

ต่ำ

- ไม่มีอำนาจบริหารเด็ดขาด

สูง

- มีอำนาจบริหารบางส่วน

สูงมาก

- มีอำนาจบริหารเด็ดขาด

การบริหาร ง่าย

- บริหารเจ้าของสาขา

ง่ายมาก

- บริหารลูกข่าย

ปานกลาง

- บริหารเองบางส่วน

ยาก

- บริหารเองทุกส่วน

การขยายธุรกิจ ง่าย

- มีคนนอกมาลงทุน ลงแรง ขยายให้

ง่ายมาก

- เพียงหาลูกข่ายเพิ่ม

ปานกลาง

- ลงทุน ลงแรง ร่วมกับหุ้นส่วน

ยาก

- ลงทุน ลงแรง เองทั้งหมด

 

เงินลงทุน ต่ำ

- ผู้ซื้อแฟรนไชส์ลงทุนให้

ต่ำมาก

- ลูกข่ายลงทุนให้

ปานกลาง

- ร่วมกับหุ้นส่วน

สูง

- ลงทุนเองทั้งหมด

ความเสี่ยงในการลงทุน ต่ำ

- ผู้ซื้อแฟรนไชส์เป็นผู้เสี่ยงแทน

ต่ำมาก

- ลูกข่ายเป็นผู้เสี่ยงแทน

สูง

- เสี่ยงร่วมกับหุ้นส่วน

สูงมาก

- รับความเสี่ยงเองทั้งหมด

ความเสี่ยงของแบรนด์ สูง

- ควบคุมยาก

สูงมาก

- ความคุมยากมาก

ต่ำ

- ควบคุมได้บางส่วน

ต่ำมาก

- ควบคุมได้ทั้งหมด

การหาทำเล ง่าย

- ผู้ซื้อแฟรนไชส์หาทำเลให้

ง่ายมาก

- ลูกข่ายขยายให้

ยาก

- หาร่วมกับหุ้นส่วน

ยากมาก

- หาเองทั้งหมด

การเติบโตของรายได้ สูง

- ขยายได้เร็ว

ปานกลาง

- ขยายได้เร็ว

ต่ำมาก

- ขยายได้ไม่เร็ว

ต่ำ

- ขยายได้ช้า

เวลา/อิสระ สูง

- ไม่ต้องดูแลใกล้ชิด

สูงมาก

- ไม่ต้องดูแลใกล้ชิด

ต่ำ

- ต้องดูแลใกล้ชิด แต่มีคนช่วย

ต่ำมาก

- ต้องดูแลใกล้ชิด และไม่มีคนช่วย